โด้คืนทัพ!ราชันเต็มพิกัดเปิดรังฟัดเบติส

จุดอ่อนจากการที่ไว้ใจ

แฟนลิเวอร์พูลคงได้ชมหรือติดตามข่าวเกมที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับการมาเยือนของคริสตัล พาเลซ กันไปหมดแล้ว ลิเวอร์พูลแม้ว่าจะออกนำไปก่อนจากจังหวะปั่นฟรีคิกสุดสวยของฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แต่ก็มาโดนเด็กเก่าอย่างคริสเตียน เบนเทเก้ ยิงคนเดียว 2 ประตู พาพาเลซพลิกแซงกลับมาชนะ 2-1 โดยรูปเกมวันนี้เป็นวันที่ลิเวอร์พูลเล่นไม่ออกอีกวันหนึ่งในฤดูกาลนี้ ทีมดูเหมือนจะมีปัญหาไปหมดในทุกขุมกำลัง อาการบาดเจ็บของผู้เล่นเป็นปัญหาที่อยู่กับลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เริ่มต้นจบเกือบจะจบฤดูกาลก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด เกมนี้ไม่มีมาเน่, เฮนเดอร์สัน และอดัม ลัลลาน่า 3 ตัวหลักที่บาดเจ็บ ยังไม่พอก่อนเกม 1 วัน ดาเนียล สเตอริดจ์ อีกหนึ่งตัวรุกที่พอจะฝากความหวังได้ก็มาเจ็บซ้ำ ทำให้ลิเวอร์พูลขาดตัวเลือกในเกมรุกจนต้องไปดึงตัวเรียน บริวสเตอร์ หัวหอกดาวรุ่งวัย 17 ปี จากทีมสำรองมานั่งอยู่ในซุ้มมานั่งสำรองเป็นอะไหล่ให้กับทีม เมื่อรวมกับดาวรุ่งที่ขึ้นมาก่อนอย่างเทรน อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ (18 ปี) และเบน วู้ดเบิร์น (17 ปี) และโจ โกเมซ (19 ปี) อายุเฉลี่ยของผู้เล่นในม้านั่งสำรองของลิเวอร์พูลในวันนั้นอยู่ที่ 19.86 ปี เท่านั้น กับทีมยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูล นี่อาจจะเป็นชุดผู้เล่นสำรองที่อายุเฉลี่ยน้อยที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาเลยก็ว่าได้ เห็นแบบนี้แฟนๆคงได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ทีมชุดแรกเกิดอาการสะดุด หรือต้องมีผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติมอีกเลย น่าเสียดายที่สิ่งที่แฟนๆภาวนาไม่เป็นผล แม้ลิเวอร์พูลจะได้ประตูออกนำไปก่อน แต่ยิ่งเล่นยิ่งตัน บุกเจาะกำแพงแนวรับของคริสตัล พาเลซที่มาตั้งโซนกันหน้าปากประตูตัวเองไม่ได้ แซม อัลลาไดซ์ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า เวลานี้กุนซือทีมฝั่งตรงข้ามต่างรู้จุดอ่อนของลิเวอร์พูลกันหมดแล้ว โดยเฉพาะการเล่นในรังแอนฟิลด์ที่เสียงเชียร์บังคับให้พวกเขาต้องบุก บิ๊กแซมแค่ให้ลูกทีมเล่นเกมรับให้แน่น แล้วรอจังหวะสวนกลับตรงช่องว่างที่แบ็กลิเวอร์พูลอย่างไคลน์และมิลเนอร์เปิดพื้นที่ว่างเอาไว้ และเล่นงานเซนเตอร์อย่างลอฟเรนและมาติปด้วยกองหน้าตัวใหญ่ที่รอเข้าฮอสอย่างเบนเทเก้ นอกจากจังหวะสวนกลับที่ซ้อมมาเป็นอย่างดีแล้ว อีกหนึ่งจุดอ่อนของลิเวอร์พูลที่บิ๊กแซมเน้นย้ำให้ลูกทีมฝึกมาไว้โจมตีนั่นก็คือ ลูกตั้งเตะ นั่นเอง ทุกคนทราบว่าลิเวอร์พูลมักจะมีปัญหากับการเล่นเกมรับยามต้องรับมือกับลูกตั้งเตะเสมอ ไม่ว่าจะเตะมุมหรือฟรีคิกที่โยนบอลเข้ามา จะปั่นป่วนแนวรับของลิเวอร์พูลได้ทุกครั้ง และวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ลิเวอร์พูลเสียประตูจากลูกเตะมุม ที่แนวรับประกบตัวผิดพลาด ปล่อยเบนเทเก้ยืนโล่งๆโขกเข้าไปไม่เหลือ การตั้งเกมรับแบบ Zone Marking ของลิเวอร์พูลไม่สามารถรับมือกับคู่แข่งได้เลย และดูเหมือนมันจะยังเป็นปัญหาต่อเนื่องไปถึงฤดูกาลหน้า หากเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่เลือกที่จะปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ในวันที่เล่นไม่ออก ทีมโดนนำ การหาทางเลือกใหม่จากม้านั่งสำรองจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าจำกันได้สถานการณ์แบบนี้ลิเวอร์พูลเพิ่งเจอมาในเกมเยือนสโต๊ค เมื่อตัวจริงตัน เปลี่ยนตัวสำรองมาแล้วยิงแซงได้ แต่กับเกมในวันนี้อย่างที่เห็นกัน แนวรุกมีแต่เด็กดาวรุ่งที่ประสบการณ์รวมกันไม่ถึง 10 เกมในลีกอยู่ในม้านั่งสำรอง จริงๆตั้งแต่เจอร์เก้น คล็อปป์เข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูลมีสถิติที่ดีในการเป็นทีมจอม “คัมแบ็ค” หรือ การเปลี่ยนตัวสำรองเพื่อลงยิงให้ทีมได้ 1 หรือ 3 คะแนน ถ้าเป็นฤดูกาลก่อนลิเวอร์พูลจะคิดถึงคริสเตียน เบนเทเก้ (ที่ตอนนี้หันมาสนุกในการยิงลิเวอร์พูลแทน) เช่นเดียวกับในฤดูกาลนี้ดิวอก โอริกี้ ก็ทำหน้าที่ได้ดีในหลายๆเกมที่ได้โอกาสจากม้านั่งสำรอง แต่ด้วยปัญหาบาดเจ็บที่ผมคิดว่าเจอร์เก้น คล็อปป์เองก็คงคิดไม่ถึงว่าจะเจ็บกันที 4-5 คนพร้อมกันแบบนี้ ทำให้กำลังเสริมของลิเวอร์พูลมีไม่เพียงพอที่จะรักษาระดับของทีมได้ ความผิดพลาดในส่วนนี้ จึงเป็นเรื่องที่โทษใครไม่ได้นอกจากเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เลือกที่จะไว้ใจผู้เล่นที่มีอยู่มากจนเกินไป แน่นอนว่าในวันที่ผู้เล่นลิเวอร์พูลทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตากัน ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่สามารถเอาชนะทุกทีมในประเทศนี้ได้ ตรงนี้ไม่มีใครสงสัย แต่การเล่นฟุตบอลลีก นอกจากตัวจริงแล้ว ตัวสำรองก็สำคัญไม่แพ้กัน จริงอยู่แม้ทีมที่จะเป็นแชมป์จะต้องมีดวงด้านปัญหาอาการบาดเจ็บด้วย แต่หากมีผู้เล่นบาดเจ็บพวกเขาก็ยังมีผู้เล่นคุณภาพที่คอยสลับสับเปลี่ยนไม่ให้ทีมมีมาตราฐานตกลงจากเดิม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *