คลังเก็บป้ายกำกับ: LiveScore

การย้ายสังกัดที่อาจเกิดขึ้นซัมเมอร์นี้

 

เปาโล ดีบาล่า (จาก ยูเวนตุส ไป เชลซี) อัพเดทล่าสุดมีแนวโน้มที่ ดีบาล่า ใกล้ปิดดีลต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด “ม้าลาย” ยูเวนตุส ในเร็วๆนี้ และถ้าไม่มีอะไรผิดความคาดหมาย สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็ไม่ได้การันตีว่า ดาวยิงอาร์เจนไตน์ฟอร์มร้อนแรงวัย 23 ปีจะไม่ย้ายไปไหนหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะสโมสรยักษ์ใหญ่ต่างพร้อมทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเป็นค่าฉีกสัญญาคว้าตัวเขามาร่วมทีม โดยทีมที่มีข่าวพัวพันกับแนวรุกหน้าหล่อรายนี้มากที่สุดคือจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก “สิงห์บูลส์” เชลซี นั่นเอง  โอกาสย้าย : 20-30%

ริยาด มาห์เรซ (จาก เลสเตอร์ ซิตี้ ไป สเปอร์ส)  การให้ความสนใจในตัวแนวรุกชาวแอลจีเรียรายนี้ คือแผนสำรองของทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส หากพลาดคว้าตัว วิลฟรีด ซาฮา ของ “ปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ มาร่วมทีม ความเป็นไปได้ ณ เวลานี้อาจน้อยลง เพราะสถานการณ์ของทัพ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าลอยตัวไม่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นแล้ว ซึ่งอาจทำให้ปีกเชิงสูงวัย 26 ปีตัดสินใจค้าแข้งในถิ่น คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ต่อไปก็เป็นได้   โอกาสย้าย : 40%

ดาบิด เด เคอา (จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ไป เรอัล มาดริด)  นายทวารมือหนึ่งทีมชาติสเปนรายนี้ เคยเกือบได้ย้ายไปเฝ้าเสาที่ ซานติเอโก้ เบร์นาบิว แล้วเมื่อประมาณเกือบ 20 เดือนก่อน ซึ่งสาวก “เร้ดเดวิลล์” ก็คงต้องลุ้นหนักอีกครั้งในซัมเมอร์นี้ เพราะ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กลับมามีกระแสข่าวลืออย่างหนักกับนายด่านวัย 26 ปีคนนี้ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า เด เคอา คือผู้รักษาประตูที่เหนียวหนึบเป็นอันดับต้นๆของวงการลูกหนังยุคนี้ และต้นสังกัด “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงไม่ยอมปล่อยตัวนักเตะคนสำคัญรายนี้ออกจากทีมง่ายๆ ถ้าไม่ได้ราคามหาศาลตามที่ต้องการ โดยคาดว่าหากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง จะเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของการย้ายทีมในตำแหน่งผู้รักษาประตูอย่างแน่นอน     โอกาสย้าย : 50%

อองตวน กรีซมันน์ (จาก แอต.มาดริด ไป แมนฯ ยูไนเต็ด) ยังคงมีกระแสข่าวลือหนาหูต่อเนื่องเกี่ยวกับการย้ายไปร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ อองตวน กรีซมันน์ หัวหอกร่างเล็กทีมชาติฝรั่งเศสของทีม “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด แม้ในช่วงหลังทิศทางของข่าวจะเอนเอียงไปในลักษณะที่ดาวยิงรายนี้ยืนยันจะค้าแข้งในแดนกระทิงดุต่อไปก็ตาม แต่โอกาสย้ายทีมก็ยังมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่พลพรรค “ผีแดง” มีเพื่อนสนิทในแคมป์ทีมชาติอย่าง ปอล ป็อกบา อยู่ในทีม และบิ๊กทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พร้อมด้านการเงินที่จะทุ่มงบประมาณมหาศาลทั้งค่าตัวและค่าเหนื่อย ล่อตาล่อใจให้สตาร์ดังทัพตราไก่วัย 25 ปีรายนี้อำลาถิ่น บิเซนเต้ กัลเดร่อน ข้ามฝากมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกได้แบบไม่ยากเย็น ติดตามได้ที่ตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ซึ่งหากการเปลี่ยนสีเสื้อเกิดขึ้นจริง คาดว่า กรีซมันน์ อาจจะกลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนใหม่ด้วยสนนราคาทะลุ 100 ล้านปอนด์เลยทีเดียว…

ก้าวสำคัญของสเปอร์สในฤดูกาลหน้า

 

สเปอร์สเมื่อก่อนอาจะเป็นทีมที่เล่นเกมรุกดี เอนเตอร์เทนแฟนบอลสนุกมาแต่ไหนแต่ไร น่าเสียดายที่พวกเค้าไปไม่ถึงแชมป์สักที หรือความวูบวาบของเค้าก็เป็นแค่ประเดี๋ยวประด๋าว ซีซั่นเดียวก็พอ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่เลย พวกเค้าเล่นเอนเตอร์เทนเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความแน่นอนที่มากขึ้น จนยกระดับผลงานในสนามมาเป็นกลุ่มลุ้นแชมป์เต็มตัว ไม่เพียงแค่ในสนามเท่านั้นที่กำลังไปได้สวย นอกสนามยังการสร้างสนามใหม่ก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญแล้ว

การสร้างสนามใหม่ที่ใกล้จะเสร็จแล้ว

การสร้างสนามใหม่ของสเปอร์ส จริงๆแล้วก็เป็นการสร้างสนามลงบนที่เดิมนั่นแหละ แต่เพิ่มขนาดให้มากขึ้นทีนี้มาถึงช่วงเวลาที่จะต้องบอกลาสนามกันแล้ว เนื่องจากพื้นที่ส่วนก่อสร้างได้ดำเนินการมาถึงพื้นที่สนามปัจจุบันแล้ว นั่นทำให้พวกเค้าต้องออกจากสนาม ไวท์ ฮาร์ท เลน เป็นการชั่วคราวก่อน เพื่อให้การสร้างสนามแห่งใหม่นี้เสร็จสิ้น

การเช่าเวมบลีย์เป็นรังเหย้าทั้งซีซั่น

เมื่อพวกเค้าต้องออกจากสนามเพื่อให้เวลาสำหรับการสร้าง ทำให้พวกเค้าต้องมองหารังเหย้าชั่วคราวหลังใหม่ โดยปีนี้พวกเค้าได้ทดลองขอเช่าสนามเวมบลีย์มาเป็นรังเหย้าไปแล้ว ปรากฏว่าดีทีเดียว นั่นทำให้พวกเค้าตัดสินใจจะเช่ารังเวมบลีย์เป็นรังเหย้าตลอดทั้งซีซั่นในฤดูกาลหน้าเลย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีมากทีเดียวที่ตัดสินใจทำอย่างนั้น

ความคุ้นเคยของนักเตะและแฟนบอล

การเปลี่ยนรังเหย้าชั่วคราวแบบนี้ อาจจะทำให้นักฟุตบอลและแฟนบอลไม่ค่อยชินเท่าไร แต่ปีนี้พวกเค้าก็เริ่มออกไปเชียร์ที่เวมบลีย์กันแล้ว ดูจากเกมที่พ่ายเชลซีไปในรอบรองชนะเลิศ แฟนบอลของพวกเค้าก็ถือว่ามากันหนาตาและดูคุ้นเคยกับสนามแห่งนี้ดีแล้วเหมือนกัน ส่วนนักฟุตบอลอาจจะต้องจูนเครื่องกันอีกนิดหน่อย

แม้ผลงานไม่ดีแต่ก็เป็นตัวเลือกที่ดี

แม้ว่ารังเหย้าใหม่ของพวกเค้าอย่างเวมบลีย์จะมีความจุผู้ชมเยอะ สนามสวย เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ปีนี้พวกเค้าทดลองใช้เป็นรังเหย้าในเกมบอลถ้วยยุโรปดูปรากฏว่า ผลงานของเค้วไม่ค่อยดีเท่าไรเลย เกมลงสนามในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีค และ ยูโรป้า ลีค พวกเค้าชนะเพียงแค่นัดเดียว จากทั้งหมด 4 นัด แถมนัดล่าสุดขนาดเล่นที่นี่บ่อยกว่าแล้ว พวกเค้าก็แพ้เชลซีไปแบบน่าเสียเดียวในเกมเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ ทำให้ปีหน้า แม้ว่าพวกเค้าจะขายตั๋วได้เงินเพิ่มมากขึ้น แต่พวกเค้าก็ต้องปรับปรุงฟอร์มให้ดีขึ้นในบ้านหลังใหม่ หลังใหญ่หลังนี้ ไม่งั้นซีซั่นหน้าจะกลายเป็นเรื่องที่แย่แน่นอน

 …

ครบรอบ ลูคัส กับต้นสังกัด หงส์ แดง 10 ปี

 

                ลูกัส เปซซีนี เลย์วา    เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิลเชื้อสายอิตาลี ปัจจุบันเล่นตำแหน่งกองกลาง ให้กับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และ ฟุตบอลทีมชาติบราซิล เขาเป็นหลานของอดีตนักฟุตบอลบราซิลเชื้อสายอิตาลี เลวียา  ลูกัส ยังถือพาสปอร์ตอิตาลีอีกด้วย และเขายังได้รับการยอมรับว่าเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่ลูคัส ได้มาลงเอยกับทีมใหญ่อย่างทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นเวลาอันยาวนาน ทั้งด้านผลงาน ฟอร์มการเล่นในรายการแข่งขันต่างๆ เขาก็ได้โชว์ฟอร์ม ค้าแข้งได้เป็นอย่างดี กล่าวได้เลยว่า นักเตะรายนี้ มีความสามารถรอบด้านจริงๆ จนได้รับสมญานามว่าเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์  ซึ่งเมื่ออยู่กับต้นสังกัดอย่างหงส์แดง มาเป็นเวลาอันยาวนาน ถึง 10 ปี แน่นอนว่าเขาต้องมีความปลาบปลื้มใจเป็นอย่างมาก  ที่ตนเองนั้น ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับทีม ใต้หลังคาต้นสังกัดได้ยาวนานขนาดนี้

                ลูคัส เลว่า ผู้เล่นสาระพัดประโยชน์ของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรสู้ศึกแห่ง พรีเมียร์ ลีก แสดงอาการดีใจแบบไม่มีกั๊กหลังจากที่ตนเองได้อยู่รับใช้ค้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้มายาวนานถึง 10 ปีแล้วนับตั้งแต่ปี 2007  โดยอดีตมิดฟิลด์เลือดแซมบ้าได้ขึ้นไปสัมภาษณ์ในงานเลี้ยงฉลองว่า “ผมบอกไม่ถูกจริงว่าผมรู้สึกดีใจขนาดไหน จากตอนแรกที่ผมได้เข้ามาผมแทบไม่รู้จักใครเลย จนกระทั่งผมเริ่มคุ้นชินกับสิ่งต่างและความสนิทสนมนั้นทำให้ผมได้รู้จักทั้ง เจอร์ราร์ด หรือ คาราเกอร์ และอีกหลายคนที่ผมไม่ได้พูดถึง มันน่าใจหายเหมือนกันน่ะเพราะแต่ก่อนผมเป็นฝ่ายโดนต้อนรับแต่พอมาถึงต้อนนี้ผมกลับต้องเป็นพี่ใหญ่ในทีมคอยช่วยดูแลน้องๆบ้างและผมสัญญาว่าผมจะช่วยให้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมว่าไอสิ่งเหล่านี้เปรียบสเหมือนเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ทุกคนภายในทีมเหนียวแน่นมากขึ้น”

          “ผมรู้สึกว่าตอนนี้รุ่นน้องภายในทีมของผมมีศักยภาพและคุณสมบัติที่เพรียบพร้อมต่อการลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ ยิ่งเรารวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่มากเท่าไหร่พลังและความเข้าใจกันมันก็จะทวีคูณเพิ่มยิ่งขึ้นและผมโคตรมั่นใจเลยว่าในอนาคตข้างหน้าพวกเราจะคว้าความสำเร็จกลับมาสู่ “หงส์แดง” ให้ได้” ลูคัส ในวัย 30 ปีกล่าวทิ้งท้าย

          ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล คว้าตัว ลูคัส มาจาก เกรมิโอ้ สโมสรในประเทศบ้านเกิดเมื่อปี 2007 ซึ่งถึงตอนนี้เจ้าตัวได้ลงเล่นรับใช้ต้นสังกัดไปแล้ว 342 เกมด้วยกัน โดยตอนนี้สัญญาของเจ้าตัวเหลืออยู่เพียง 1 ปีเท่านั้นและยังไม่มีรายงานว่าเจ้าตัวจะขยายสัญญาออกไปหรือไม่

 …

คล็อป เกือบอาเจียน หลังจาก เจอบอร์นมัธตามตีเสมอท้ายเกม

         

                เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่คนเก่งของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกโรงผิดหวังแบบสุดๆหลังจากเกมที่เปิดรังทำได้แค่เจ๊าเดือดกับ บอร์นมัธ 2-2 ชนิดที่ว่าน่าชนะแบบสุดหลังโดนทีมเยือนไล่ตีเสมอช่วงท้ายเกม

          โดยกุนซือเยอรมันได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่า “ปกติแล้วเราควรปิดเกมนี้ไปได้ตั้งนานแล้วแต่เราดันมองพลาดสิ่งนั้นไปก็คือเราปล่อยพื้นที่ให้ทีมเยือนได้สร้างสรรค์โอกาสซึ่งนั่นไม่ใช้สไตล์การเล่นของผมเลย จนกระทั่งเราเสียประตูที่สองไปความรู้สึกของผมในตอนนั่นผมแทบอยากจะอาเจียนออกมาเลยเพราะไม่อยากจะเชื่อว่าเราทำแต้มหล่นหายไปซะงั้น แต่อย่างไรก็ตามผมไม่ถือโทษลูกทีมหรอกน่ะเพราะทุกสิ่งอย่างขึ้นอยู่กับผมและผมขอรับผิดในเรื่องนี้เอง”

          “แน่นอนผลลัพธ์ในเกมวันนี้ไม่ใช่อย่างที่พวกเราหวังไว้ เราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วแต่พวกคุณก็รู้ดีนี้ว่าเราไม่สามารถตัดสินอะไรได้ถูกต้องเสมอ แต่ผมเสียดายที่ว่าแนวรับของเรายังไม่สามารถป้องกันลูกกลางอากาศของคู่แข่งได้ดีเท่าที่ควรนั่นแหละคือสิ่งที่ผมเสียดายมากๆ” คล็อปป์ กล่าวทิ้งท้าย

                ซึ่งหากเราลองกล่าวถึงประวัติและผลงานของคล็อปปล่ะก็แน่นอน ผู้จัดการทีมรายนี้ ดีกรีดีแน่นอน  โดยเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยสถิติที่ยอดเยี่ยมจากการประสบความสำเร็จที่ บุนเดสลีกา และ เป็นที่จดจำในฐานะโค้ชสมัยใหม่ที่มีแนวคิดหัวก้าวหน้า

                 ประวัติการคุมทีมของเขาน่าสนใจไม่น้อยจากการพา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เถลิงแชมป์ลีก บุนเดสลีกา 2 สมัย, เยอรมัน คัพ 1 สมัย และ เข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาคุมทัพเสือเหลืองตลอด 7 ปี ในตอนนี้ หลังจากการว่างเว้นพักการคุมทีมไประยะสั้นๆ เขาก็ได้ก้าวมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ แอนฟิลด์ พร้อมนำฟุตบอลที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมาสู่ทีม  ในแง่ประวัติของการเป็นนักเตะนั้น คล็อปป์ เคยเล่นให้ ไมนซ์ 05 เพียงทีมเดียวเท่านั้นในการค้าแข้งอาชีพ ตั้งแต่ปี 1990-2001 ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี พร้อมสถิติการถล่มประตูในลีกถึง 52 ลูก   แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อะไรมากมาย แต่เขาก็ค้นพบว่าตัวเขาเองมีความสามารถในความเข้าใจเกมเป็นอย่างดี ซึ่งตัวเขาเคยกล่าวไว้ว่า  “ผมไม่เคยประสบความสำเร็จในการนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในหัวลงไปสนาม ผมมีพรสวรรค์ฝีเท้าแค่ระดับดิวิชั่น 5 แต่มีมันสมองระดับบุนเดสลีกา ผลที่ตามมาผมก็เลยได้เล่นบนลีกดิวิชั่นสอง”  ความสามารถนี้จึงทำให้เขาใช้ประสบการณ์ที่มี ได้เปลี่ยนตำแหน่งจากการเล่นกองหน้าไปสู่ตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ซึ่งทำให้เขาก้าวหน้ามากกว่าเดิมในการค้าแข้ง และส่งผลให้เขาได้ลงเล่นในระดับอาชีพมากกว่า 300 นัด

 …

คล็อปป์ กุนซือ มากประสบการณ์ ถึงขั้น งง เมื่อลูกทีมเล่นได้ไม่ดี แต่ผลออกมาเป็นว่าทีมชนะ

 

                เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยสถิติที่ยอดเยี่ยมจากการประสบความสำเร็จที่ บุนเดสลีกา และ เป็นที่จดจำในฐานะโค้ชสมัยใหม่ที่มีแนวคิดหัวก้าวหน้า ประวัติการคุมทีมของเขาน่าสนใจไม่น้อยจากการพา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เถลิงแชมป์ลีก บุนเดสลีกา 2 สมัย, เยอรมัน คัพ 1 สมัย และ เข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาคุมทัพเสือเหลืองตลอด 7 ปี  ในตอนนี้ หลังจากการว่างเว้นพักการคุมทีมไประยะสั้นๆ เขาก็ได้ก้าวมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ แอนฟิลด์ พร้อมนำฟุตบอลที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมาสู่ทีม ลูก   แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อะไรมากมาย แต่เขาก็ค้นพบว่าตัวเขาเองมีความสามารถในความเข้าใจเกมเป็นอย่างดี ซึ่งตัวเขาเคยกล่าวไว้ว่า  “ผมไม่เคยประสบความสำเร็จในการนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในหัวลงไปสนาม ผมมีพรสวรรค์ฝีเท้าแค่ระดับดิวิชั่น 5 แต่มีมันสมองระดับบุนเดสลีกา ผลที่ตามมาผมก็เลยได้เล่นบนลีกดิวิชั่นสอง”

                ซึ่งจากการรายงานล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ นายหัวค่าย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกอาการมึนนิดๆหลังจากเกมที่เปิดบ้านเฉือนหวิวเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1 ทั้งๆที่รูปเกมไม่ได้เป็นฝ่ายเหนือกว่าเลย  โดย คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังแมตช์นี้ว่า “เอาจริงๆผมไม่คิดว่าเกมมันจะตึงขนาดนี้แต่เราก็ยังมีโชคบ้างเพราะว่าเกมนัดนี้พวกเราเล่นได้ไม่ดีเลยมันผิดแผนไปหมดแต่สุดท้ายเราก็เอาตัวรอดสามารถเก็บชัยชนะมาครองได้ ปกติแล้วถ้ารูปเกมไม่ดีอย่างงี้ส่วนมากเราจะเป็นฝ่ายปราชัยไปในที่สุด เราทำได้ไม่มีตรงนี้ผมยอมรับและอีกเหตุผลนึงก็คือ เบิร์นลี่ย์ เตรียมพร้อมมาดีกว่าที่ผมคิด พวกเขาจัดการลูกทีมของผมซะอยู่หมัดเลยในครึ่งเวลาแรก”

          “แต่หลังจากนั้นพวกเราทำได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะการต่อบอลที่เป็นแบบแผนมากขึ้นแม้ทีมเยือนจะเน้นตั้งรับแต่ในสุดท้ายแล้วเราก็ทำได้ตามเป้าที่วางไว้ก็คือ “ชัยชนะ” อีกอย่างนึงที่ผมอยากจะพูดก็คือ เอ็มเร่ ชาน เขาทำหน้าที่ได้ดีผมรู้ดีว่าเขามีศักยภาพขนาดไหนผมชื่นชอบในทัศนะคติที่คิดบวกอยู่เสมอแม้ในช่วงเวลาที่ตกต่ำของตัวเขาเอง ผมรู้ดีว่าเขาทำอะไรบ้างเพื่อประโยชน์ของทีม” เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน กล่าวทิ้งทวน

          ทั้งนี้นัดต่อไปของ “หงส์แดง” ก็คือการทำศึกบิ๊กแมตช์ที่ต้องออกไปถิ่นของ แมนฯซิตี้ ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ถ้าลูกทีมของ คล็อปป์ สามารถบุกไปคว้า 3 แต้มเต็มได้พวกเขาจะการันตีขึ้นไปรั้งอันดับที่ 3 โดยแมตช์ซุปเปอร์ซันเดย์นี้จะเริ่มคิ๊กออฟกันในเวลา 23.30 น.

 …

คล็อปป์ ไม่พอใจ วู้ดเบิร์น หลังทำไร ไม่ปรึกษากันก่อน

 

                 เป็นที่กล่าวถึงมากๆในช่วงนี้ สำหรับเด็กหนุ่มไฟแรง นักบอลสังกัด หงส์แดง ลิเวอร์พูล อย่าง เบน วู้ดเบิร์น  ซึ่งหากเราย้อนมาดูอดีตเขาสักนิดจะรู้ว่า วู้ดเบิร์น สร้างชื่อขึ้นมาจากการได้ลงเล่นในอีเอฟแอลคัพ ฤดูกาล 2016–17 หรือลีกคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ในฐานะตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาแทนที่เควิน สจวร์ต ในนาทีที่ 67 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ด้วยการพบกับลีดส์ยูไนเต็ด ที่สนามแอนฟีลด์ โดยวู้ดเบิร์นเป็นผู้ยิงประตูให้กับสโมสรได้ในนาทีที่ 81 นับเป็นประตูที่ 2 ในการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไปได้ 2-0 ประตู และทำสถิติใหม่คือ เป็นผู้เล่นของลิเวอร์พูลชุดใหญ่ที่ทำประตูได้ด้วยอายุที่น้อยที่สุด คือ 17 ปี 45 วัน ทำลายสถิติเดิมที่เป็นของไมเคิล โอเวน ที่ทำไว้ด้วยอายุ 17 ปี 143 วัน โดยหลังการแข่งขันบรรดาผู้สนับสนุนลิเวอร์พูลต่างยกย่องวู้ดเบิร์นให้เป็น ซีดานคนใหม่”

                ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดเทรนเนอร์ชาวเยอรมันทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกอาการไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักเมื่อได้รู้ข่าวว่า เบน วู้ดเบิร์น มิดฟิลด์อนาคตไกลถูก คริส โคลแมน กุนซือทีมชาติเวลส์ เรียกตัวให้ไปรับใช้นามทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น งานนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่พอใจเนื่องจากว่าทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ออกมากล่าวหลังทราบข่าวนี้ว่า “ผมค่อนข้างจะตกใจเมื่อผมได้รับรู้ข่าวนี้ เนื่องจาก โคลแมน ไม่เคยร่วมงานกับเขา(วู้ดเบิร์น) มาก่อนดังนั้นมันคุ้มที่จะเสี่ยงเรียกเขาติดธงชาติเหรอ? สำหรับผมแล้วผมไม่มั่นใจในเรื่องนี้เลย ตอนนี้เขาอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้นถ้าเกิดเขาได้รับบาดขั้นเจ็บรุนแรงขึ้นมาพวกคุณรับผิดชอบในเรื่องนี้ไหวไหม? ผมไม่ได้จะกั๊กตัวเขาเอาไว้แต่รอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ไหมค่อยเรียกเขาติดทีมชาติอีกที”

          “ตอนนี้สถานการณ์ของ วู้ดเบิร์น ก็เหมือนกับของผมนั่นแหละก็คือต้องการเวลาและโอกาสในการเรียนรู้และแก้ไขสิ่งต่างๆ ตราบใดที่มิดฟิลด์พุ่งแรงคนนี้มุ่งมั่นและพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาผมเชื่อว่าทุกๆอย่างก็จะออกมาดีเองแหละ เอาจริงๆแล้ว โคลแมน ควรเรียกผมติดทีมชาติแทนน่ะไม่ใช้ไปเรียกไอเด็กหนุ่มวัย 17 ปีที่ไหนไม่รู้มาติดทีมชาติชุดใหญ่” คล็อปป์ กล่าวทิ้งท้าย

          ทั้งนี้ทีมชาติเวลส์ ของ วู้ดเบิร์น จะมีคิวลงเตะฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรปในการบุกเมืองดับลินพบกับทีมชาติไอร์แลนด์ ในคืนวันศุกร์ที่ 24 มีนาคมนี้ ต้องรอลุ้นว่าเจ้าหนูวันเดอร์คิดรายนี้จะไดรับโอกาสลงสนามหรือไม่

 …

คล็อปป์ ย้ำ !! ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไม่ได้มีไว้ขายต่อ

 

                ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ คือผลผลิตชิ้นโบแดงจากศูนย์ อคาเดมี่ ของ วาสโก ดา กาม่า ที่ให้การดูแลมิดฟิลด์ร่างเล็กรายนี้ตั้งแต่ 6 ขวบ โดย คูตินโญ่ ใช้เวลาในการพัฒนาฝีเท้าเกือบ 10 ปี ก่อนจะฉายแววความเป็นอัจฉริยะลูกหนัง ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับ วาสโก ดา กาม่า และ ทีมชาติ บราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ซึ่งในบทบาทหลังดูเหมือนจะเป็นการประกาศศักดาให้โลกรู้ถึงความฉกาจฉกรรจ์ของฝีเท้า หลังจากตะบันแฮตทริคใส่ อิหร่าน ในเกมอุ่นเครื่อง และด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงหาตัวจับยากสำหรับเยาวชนที่มีอายุแค่ 16-17 ปี และด้วยผลงานต่างๆของเขามากมาย สุดท้ายเขาก็ได้มาลงเอยกับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง หงส์แดง  ล่าสุดฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ปีกตัวเก่งของสโมสร “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมชื่อดังแห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ตัดสินใจจรดหมึกเซ็นสัญญาระยะกับต้นสังกัดออกไปอีก 5 ปี เท่ากับว่า “ปีกพ่อมดน้อย” จะอยู่โยงค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์จนถึงปี 2022 ทำให้ตัดปัญญาเรื่องการย้ายทีม หลังเจ้าตัวตกเป็นข่าวลืออย่างหนาหูว่ายักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่า ต้องการตัวไปวาดลวดลายในถิ่นแคมป์ นู นั่นเอง

                ส่วนทางด้านเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ออกมาให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ แนวรุกตัวเก่งของทีมจะไม่มีทางเก็บข้าวของย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์แน่นอน หลังมีทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปตามจีบหวังกระชากตัวมาให้ได้

          ปีกจอมพริ้วทีมชาติบราซิล หายหน้าหายตาไปนานเกือบๆ 7 อาทิตย์เนื่องจากเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าในเกมพรีเมียร์ ลีก ที่เปิดบ้านเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 2-0 แม้ล่าสุดเจ้าตัวหายเจ็บกลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วแต่ก็ยังมิวายมีข่าวลือมาตลอดว่าทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปต่างจ้องคว้าตัว “ปีกพ่อมดน้อย” ออกจากทีมลิเวอร์พูล ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า นั่นเอง

          โดย คล็อป ได้กล่าวในกรณีนี้ว่า “มันคงเป็นเรื่องดีอย่างมากหากทีมใหญ่ๆในยุโรปเลิกสนใจเขา สาเหตุนึงอาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ออกมาวาดลวดลายในสนามเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บอยู่ แต่มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิดไว้เพราะพวกเขาต่างคิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาซึ่งผมขอบอกไว้เลยว่ายังไงซะ คูตินโญ่ ก็ไม่ทางย้ายออกจากทีมแน่นอนเพราะเขาคือนักเตะของเรา ไม่ได้มีไว้ขายแต่อย่างใด” คล็อปป์ กล่าวทิ้งท้าย

          ทั้งนี้ “ปีกพ่อมดน้อย” อาจมีชื่อในทริปออกไปเยือน เซาท์แฮมป์ตัน สำหรับฟุตบอลลีก คัพ รอบรองชนะเลิศนัดแรกในวันพรุ่งนี้

 …

คล็อปป์ ลั่นแล้ว จะคุม หงส์แดงเป็นทีมสุดท้าย

 

                เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันก้าวเข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล ด้วยสถิติที่ยอดเยี่ยมจากการประสบความสำเร็จที่ บุนเดสลีกา และ เป็นที่จดจำในฐานะโค้ชสมัยใหม่ที่มีแนวคิดหัวก้าวหน้า ประวัติการคุมทีมของเขาน่าสนใจไม่น้อยจากการพา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เถลิงแชมป์ลีก บุนเดสลีกา 2 สมัย, เยอรมัน คัพ 1 สมัย และ เข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาคุมทัพเสือเหลืองตลอด 7 ปี  ในตอนนี้ หลังจากการว่างเว้นพักการคุมทีมไประยะสั้นๆ เขาก็ได้ก้าวมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ แอนฟิลด์ พร้อมนำฟุตบอลที่น่าตื่นเต้นเร้าใจมาสู่ทีม

                 หากกล่าวถึงในแง่ประวัติของการเป็นนักเตะนั้น คล็อปป์ เคยเล่นให้ ไมนซ์ 05 เพียงทีมเดียวเท่านั้นในการค้าแข้งอาชีพ ตั้งแต่ปี 1990-2001 ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดในวัย 34 ปี พร้อมสถิติการถล่มประตูในลีกถึง 52 ลูก   แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อะไรมากมาย แต่เขาก็ค้นพบว่าตัวเขาเองมีความสามารถในความเข้าใจเกมเป็นอย่างดี ซึ่งตัวเขาเคยกล่าวไว้ว่า  “ผมไม่เคยประสบความสำเร็จในการนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในหัวลงไปสนาม ผมมีพรสวรรค์ฝีเท้าแค่ระดับดิวิชั่น 5 แต่มีมันสมองระดับบุนเดสลีกา ผลที่ตามมาผมก็เลยได้เล่นบนลีกดิวิชั่นสอง” ความสามารถนี้จึงทำให้เขาใช้ประสบการณ์ที่มี ได้เปลี่ยนตำแหน่งจากการเล่นกองหน้าไปสู่ตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ ซึ่งทำให้เขาก้าวหน้ามากกว่าเดิมในการค้าแข้ง และส่งผลให้เขาได้ลงเล่นในระดับอาชีพมากกว่า 300 นัด

                  ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือจอมเนี้ยบของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้ออกมาเผยว่าตนเองต้องการคุมทีม ลิเวอร์พูล เป็นทีมสุดท้ายในบทบาทของผู้จัดการทีม พร้อมชี้ต้องพา “หงส์แดง” คว้าโทรฟี่มาตรอบครองให้ได้ก่อนหมดสัญญากับสโมสร  โดยกุนซือเลือดเบียร์ได้กล่าวสัมภาษณ์ต่อสื่อว่า “ผมไม่จำเป็นต้องคุมหลายๆทีมหรอก ในฐานะกุนซือผมก็แค่อยากจะทำทุกวิถีทางให้เพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จมากที่สุด ผมอยากจะโฟกัสตรงนั้นมากกว่าการไปเลือกหาสโมสรซะอีกและในตอนนี้ผมคิดว่า “หงส์แดง” น่าจะเป็นโปรเจ็คการคุมทีมสุดท้ายของผมอาจดูรวดเร็วไปหน่อยแต่สัญญาใจของผมกับสโมสรยังคงเหลืออีกตั้ง 5 ปี ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด”

          “แน่นอนเมื่อผมคุมทีมระยะยาวแบบนี้ เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวก็คือการพา ลิเวอร์พูล จบในฐานะแชมป์เปี้ยนให้ได้อย่างน้อยๆซักหนึ่งถ้วยไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพรีเมียร์ ลีก เท่านั้นแต่ถ้าผมไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้มันก็จะเกิดความกดดันหลายๆอย่างขึ้นกับผม เพราะผู้คนต่างคาดหวังว่า ลิเวอร์พูล จะต้องคว้าแชมป์ติดมือมาให้ได้” เทรนเนอร์วัย 50 ปีกล่าวทิ้งท้าย ทั้งนี้สัญญาการคุมทีมของ คล็อปป์ จะอยู่โยงยาวกับสโมสรจนถึงปี 2022 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า …

คล็อปป์ สวน มู ป้องลอฟเลน

 

เยอร์เก้น คล็อปป์กุนซือจักรยานสีแดงสวนกลับข้อครหาจากโจเซ่ มูรินโญ่นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มองว่าลิเวอร์พูลได้เปรียบเรื่องโปรแกรมแข่งขันฤดูกาลนี้รวมถึงเหน็บแฟนบอลทีมตัวเองเล็กน้อยเพื่อปกป้องเดยัน ลอฟเรนปราการหลังโครแอต

‘หงส์แดง’กับ’ปีศาจแดง’กำลังต่อสู้เพื่อให้จบใน 4 อันดับแรกพรีเมียร์ลีกปีนี้แต่พลันที่แมนฯ ยูไนเต็ดทำได้แค่บุกเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้เมื่อวันพฤหัสบดีมูรินโญ่ยกเรื่องโปรแกรมการแข่งขันขึ้นมาพูดถึงในงานแถลงข่าวที่เอติฮัด สเตเดี้ยมหลังเกม “เราเล่นมากกว่าลิเวอร์พูล 18 นัดเลยมั้ง” มูรินโญ่ได้กล่าวไว้ในวันนั้น “18 นัดนี่มันเกือบครึ่งซีซั่นพรีเมียร์ลีกเลยนะ 18 นัดนี่นักเตะต้องวิ่งอีกหลายไมล์เลยนะ ถ้ามองแง่นั้นได้มันก็เป็นการต่อสู้ที่ไม่แฟร์”

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์คล็อปป์ไม่นิ่งเฉยกล่าวถึงประเด็นนี้่ว่า “ไม่ใช่ไม่แฟร์เสียหน่อย มันคือสถานการณ์ ไม่เห็นมีใครถามเราเลยว่าปีที่แล้วเรารู้สึกอย่างไร ผมนึกออกว่าเขาหมายความอย่างไรแต่ซีซั่นนี้พวกเขาเจอแบบเดียวกับของเราซีซั่นที่แล้วนั่นแหละแต่แย่หน่อยตรงที่เราไม่ได้ลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก” “แน่นอนว่าพวกเขามีขุมกำลังไม่เหมือนเรา ของพวกเขาใหญ่กว่า ขนาดเจอปัญหานักเตะเจ็บจนถึงตอนนี้พวกเขายังจัดทีมได้แล้วนี่มคิทาร์ยานไม่ได้ลงหรอกเหรอ? รูนี่ย์ล่ะ? คนนั้นคนนี้อีก? มันต่างกันนะ แต่ก็จริงที่มันยาก พวกเขาเหลืออีก 7 ไม่ก็ 8 นัด ในพรีเมียร์ลีก 5 รอบรองฯ(ยูโรป้า) 2 นัดและอาจจะนัดชิงฯ” “มันยากจริงๆนั่นแหละแต่ปีที่แล้วพวกเราก็เจอสถานการณ์แบบเดียวกัน” ลิเวอร์พูลเพิ่งจับลอฟเรนยืดสัญญาถึงปี 2021 พร้อมอัพค่าแรงให้เป็นหลักแสนปอนด์ต่อสัปดาห์แต่กระแสตอบรับจากแฟนบอลกลับไม่เห็นด้วยเท่าที่ควรเทรนเนอร์ชาวเยอรมันกล่าวอีกว่า “ในสถานการณ์เช่นนี้ผมรู้ว่าแฟนๆคิดอย่างไร ลองถามพวกเขาหลังเกมดอร์ทมุนด์สิ พวกเขาคงบอกให้เซ็น 20 ปีไปเลย” “ความจริงก็คือในสถานการณ์เช่นนี้คุณต้องลองมองอีกมุม ถ้าเดยันเล่นให้ทีมอื่นคุณคงอยากได้ตัวเขาแล้วก็คิดว่าจะจ่ายเท่าไหร่ดีซึ่งมันคงเป็นเงินก้อนโต ให้สัญญาใหม่เขานั่นแหละดีกว่า ร่วมงานกับเขาต่อเพราะเขาเพิ่งอายุ 27 ยังไม่ถึงจุดพีคสำหรับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ”  “ช่วงออกสตาร์ทกับลิเวอร์พูลผมไม่รู้เรื่องมากนักแต่ได้ยินมาว่าเขาประสบประปัญหา แต่นี่เขาปรับตัวได้แล้วจริงๆ เขาร่างกายแข็งแกร่ง, เร็ว และเป็นนักฟุตบอลที่ดี การตัดสินบางจังหวะน่าจะดีกว่านี้ก็จริงแต่คนอื่นๆก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เราดูมานักต่อนัก”

“เราคิดจริงๆว่าเขาช่วยเราได้มากและเราก็ช่วยได้บางจุดในการเล่นของเขาซึ่งนั่นแหละที่เราต้องการที่จะทำ”…

คล็อปป์เผย อาจไม่ทำสัญญาต่อกับ สเตอร์ริด

 

                 แดเนี่ยล อังเดร สเตอร์ริดจ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 1989 ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับโสมสรลิวเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า ถิ่นกำเนิดของเจ้าตัวอยู่ที่เบอร์มิงแฮม เป็นหลานชายแท้ๆของ ดีน สเตอร์ริดจ์ อดีตหัวหอกดาร์บี้ เคาน์ตี้ ทั้งนี้ แดนี่ยล สเตอร์ริดจ์ เคยเป็นนักเตะระดับเยาวชนของแอสตัน วิลล่า ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ โคเวนทรี และเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับแมนฯ ซิตี้ ในปี 2003 ซึ่งกองหน้าผิวสีโชว์ผลงานในระดับเยาวชนให้กับ “เรือใบสีฟ้า” ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการพาทีมเข้าชิงเอฟเอ ยูธ คัพ ถึงสองสมัย 

                 สเตอร์ริดจ์ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2007/08 ในเดือนมกราคมภายใต้การคุมทีมขอสเวน โกรัน อีริคสัน เขาทำประตูได้ 2 ประตูภายในเวลาห่างกันเพียง 4 วัน รวมถึงประตูตีเสมอดาร์บี้ ที่ช่วยให้ทีมได้คะแนนกลับออกมา  สเตอร์ริดจ์เริ่มต้นฤดูกาลปี 2013-2014 โดยที่เขาสามารถยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ได้ ซึ่งเป็นประตูเดียวเท่านั้น ส่งให้ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะเหนือสโต็ค ซิตี้ ด้วยการยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ ตามมาด้วยประตูในเกมที่บุกไปเอาชนะแอสตัน วิลล่า 1-0 และอีกครั้งในแมชต์ลีกคัพ ที่ต้องพบกับน็อตต์ส เค้าน์ตี้อีก 2 ลูก ทำให้เขายิงประตูในฤดูกาลนี้ทั้งหมด 4 ลูก จาก 3 เกม เขายังไม่หยุดแค่นั้น เขายังมายิงประตู 1-0 กับการป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเกิดครบ 24 ปีของเขาที่แอนฟิลด์
                 ล่าสุดท้ายด้าน เจอร์เก้น คล็อปป์ นายหัวทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้ออกโรงเผยว่าตอนนี้อนาคตของ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หัวหอกจอมเซิ้งทีมชาติอังกฤษ ชักเริ่มไม่แน่นอนในถิ่นแอนฟิลด์แล้วหลังเจ้าตัวทำผลงานไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยในซีซั่นนี้บวกกับโดนอาการบาดเจ็บรุมเร้าเล่นงานอยู่หลายครั้งจนฟอร์มเก่งหดหายไป

          โดย กุนซือจากเมืองเบียร์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในกรณีนี้ว่า “ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้ ไม่ใช่แค่เขา (สเตอร์ริดจ์) คนเดียวที่มีสิทธิ์ย้ายออกไปแต่อาจรวมถึงบรรดาแข้งคนอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของผมด้วย เขาไม่ได้ลงสนามซ้อมกับพวกเรามา 8-9 วันแล้วเนื่องจากติดเชื้อไวรัส ในตอนนี้ผมยังบอกอะไรได้ไม่มากนัก”

          “เรื่องการย้ายทีมนั้นผมคงต้องให้เจ้าตัวเป็นฝ่ายตัดสินใจเอาเองว่าเขาต้องการจะอยู่ต่อไปหรือไม่แต่ในตอนนี้ผมบอกได้เพียงว่าผมไม่การันตีการลงสนามของเขาได้ ตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายภายใต้การคุมบังเหียนของผม ตอนนี้เราต้องเน้นผลงานในลีกเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องการย้ายหรือไม่ย้ายนั้นจบฤดูกาลนี้และเราจะได้รู้กัน

          ทั้งนี้ เกมถัดไปของ “ลิเวอร์พูล” คือการเปิดรังแอนฟิลด์ทำศึกบิ๊กแมตช์ต้อนรับ “ปืนใหญ” อาร์เซน่อล ในคืนวันเสาร์โดยจะเริ่มฟาดแข้งกันในเวลา 00.30 น. …